รถโฟล์คลิฟท์
ทีมงาน ซ่อมรถโฟล์คลิฟท์
Previous
Next

รถโฟล์คลิฟท์

ขายรถโฟล์คลิฟท์ FORX มือหนึ่ง

รถโฟล์คลิฟท์ คือ เครื่องจักรชนิดหนึ่งที่ใช้ในการยก ย้าย ขนถ่ายสินค้า จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ภายในโรงงานหรือโกดังสินค้า 

รถโฟล์คลิฟท์ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย  ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ตอนสงครามโลกครั้งที่สอง รถโฟล์คลิฟท์แบ่งตามประเภทของเครื่องยนต์ได้สามชนิดคือ

 1.เครื่องยนต์ดีเซล

2.เครื่องยนต์เบนซิน

3.โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

Promotion รถโฟล์คลิฟท์

รถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

เครื่องยนต์ Xinchai

Forxx รถโฟล์คลิฟท์
รถโฟล์คลิฟท์ดีเซล ราคาพิเศษ
Promotion

รถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

เครื่องยนต์ญี่ปุ่น

MITSUBISHI S4S JAPAN

Forklift Brand Forx 1024x768

ทำไมต้องเป็นรถโฟล์คลิฟท์ '' FORX ''

 1. คุณภาพรถ เราคัดสรรเครื่องยนต์ที่ดี มาประกอบเข้ากับตัวรถ 

ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมแล้วเท่านั้น   

 2. รับประกัน 2 ปี หรือ 2000 ชั่วโมง จะใกล้หรือไกล 

ดูแลทั่วประเทศไทย เหนือสุดจรดใต้สุด

 3. อะไหล่ครบ ซ่อมเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง 

 4. ราคา คุ้มค่ากับการลงทุน

                      5. ลิสซิ่ง                   ผ่อนได้ตามเงื่อนไข

                      – นิติบุคคล              จดทะเบียนมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

                      – บุคคลธรรมดา    – จดทะเบียนมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี 

                                                    – รายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท /เดือน

Forklift Red

ขอตารางผ่อนดาวน์  คลิ๊ก 

คำถามเกี่ยวกับลิซซิ่ง

รวมคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับลิซซิ่ง

ฟรีดาวน์มีไหม ? 

•  ฟรีดาวน์ได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ผ่อนในนามบุคคลได้หรือไม่ ?

 ได้         

• ลูกค้าจดทะเบียนพาณิชย์เกิน 3 ปี

• ยอดขายเฉลี่ยนเกิน 1 ล้านบาทต่อปี

• คำถามอื่น ๆ เกี่ยวกับลิซซิ่ง เพิ่มเติม

ทำความรู้จักรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

EP9 เปรียบเทียบรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล LPG ไฟฟ้า

รีวิวรถโฟล์คลิฟท์ FORX ดีเซล 3 ตัน

รถโฟล์คลิฟท์ Forx Diesel 1
รถโฟล์คลิฟท์ Forx Diesel 2
รถโฟล์คลิฟท์ Banner Forx

FORX รถโฟล์คลิฟท์ใหม่มือ 1

ขายรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล
ราคา 469,000 บาท
เครื่อง MITSUBISHI S4S
3 ตัน เสา 3 เมตร

งานหนัก งานโหด งานก่อสร้าง งานเหมือง
งานภายนอกอาคาร อุตสาหกรรมหนักทุกประเภท

ขายรถโฟล์คลิฟท์ LPG
ราคา 469,000 บาท
เครื่อง NISSAN GK25
3 ตัน เสา 3 เมตร

งานหนักปานกลาง ใช้ในโรงงานโกดังสินค้าภายใน
หรือภายนอกอาคาร

NISSAN GK25 JAPAN

สต็อครถโฟล์คลิฟท์

สต็อคขายรถโฟล์คลิฟท์ 5
สต็อคขายรถโฟล์คลิฟท์ 2
สต็อคขายรถโฟล์คลิฟท์ 4
สต็อคขายรถโฟล์คลิฟท์ 6
สต็อครถโฟล์คลิฟท์ 1
Stock Forklift 2

ลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมรถโฟล์คลิฟท์

"บริษัทนางาซากิ คิคิ(ประเทศไทย) จำกัด"
ลูกค้ามาดูรถโฟล์คลิฟท์ และทดลองขับ
รถโฟล์คลิฟท์ 3 ตัน ดีเซล ของเรา
ขอบคุณคุณลูกค้านะคะที่สนใจซื้อรถโฟล์คลิฟท์กับเรา เอ็นเนอร์ยีแอดวานซ์ยินดีให้บริการค่ะ
"ลูกค้าเยี่ยมชมรถโฟล์คลิฟท์"
เข้ามาดูรถโฟล์คลิฟท์และทดลองขับ คุณลูกค้าบอกตรงสเป็กเลยค่ะ ขอบคุณคุณลูกค้านะคะที่สนใจ ซื้อโฟล์คลิฟท์กับเรา เอ็นเนอร์ยีแอดวานซ์ยินดีให้บริการค่ะ
"บริษัทบีทีมิตรแลนด์ จำกัด"
ขอขอบคุณ customer จาก
" บริษัท บีที มิตรแลนด์ จำกัด " ที่เข้ามาเยี่ยมชม
บริษัทเอ็นเนอร์ยีแอดวานซ์ และรถโฟล์คลิฟท์ของเราค่ะ
"บริษัทสีเดลต้า จำกัด (มหาชน)"
ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า HYSTER
เยี่ยมชมบริษัทและรถโฟล์คลิฟท์ของเรา
ตรงกับความต้องการของคุณลูกค้าพอดี
กราบขอบพระคุณคุณลูกค้านะคะ
" โรงงานแปรรูปอาหาร "
วันนี้คุณลูกค้าเข้ามาดูรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อนำไปใช้ในโรงงานแปรรูปอาหาร ซึ่งรถโฟล์คลิฟท์ของเราตรงกับความต้องการของคุณลูกค้าพอดี
กราบขอบพระคุณคุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้เราดูแล
"บริษัทดีเอสฟลอร่าเคาเจอร์ จำกัด"
เข้ามาเยี่ยมชมรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า HYSTER ปี2016 ยกหนัก 2.5 ตัน เสาสูง 4 เมตร ปิดการขายภายใน 30 นาที โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า HYSTER กราบขอบพระคุณคุณลูกค้านะคะ
"ลูกค้าเยี่ยมชมรถโฟล์คลิฟท์ "
เข้ามาดูรถโฟล์คลิฟท์และทดลองขับ
คุณลูกค้าบอกตรงสเป็กเลยค่ะ
ขอบคุณคุณลูกค้านะคะที่สนใจ
ซื้อโฟล์คลิฟท์กับเรา
เอ็นเนอร์ยีแอดวานซ์ยินดีให้บริการค่ะ
" โรงงานเคมีภัณฑ์ "
วันนี้คุณลูกค้าเข้ามาดูรถโฟล์คลิฟท์
เพื่อนำไปใช้ในโรงงานเคมีภัณฑ์
สำหรับอุปกรณ์และเครื่องใช้ของโรงงาน
กราบขอบพระคุณคุณลูกค้า ที่ไว้วางใจให้เราดูแลนะคะ

บริการส่งมอบรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล LPG แก่ลูกค้า

ส่งรถโฟล์คลิฟท์บริษัท Aisin Takaoka Thailand Group

ส่งรถโฟล์คลิฟท์ Attg Optimized
ให้เช่ารถโฟล์คลิฟท์ Attg 2 Optimized
ขายรถโฟล์คลิฟท์ Attg 3 Optimized

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดนครปฐม

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดนครสวรรค์

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดสระแก้ว

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดปทุมธานี

ส่งรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดกรุงเทพมหานคร

งานซ่อมรถโฟล์คลิฟท์จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

ซ่อมรถโฟล์คลิฟท์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดสุรินทร์

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดสงขลา

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดชลบุรี

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดนครนายก

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดสมุทรปราการ

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดขอนแก่น

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดเชียงราย

ซ่อมโฟล์คลิฟท์ จังหวัดลพบุรี

CUSTOMER REFERENCE
Customer Reference White Logo New
ทีมช่างคุณภาพ
Service 1
Service 5
Service 3
Service 2
รีวิวจากลูกค้า
5/5
4/5
5/5

รถโฟล์คลิฟท์ (FORKLIFT) คืออะไร ?

Forklift Red

       รถโฟล์คลิฟท์เป็นประเภทของยานพาหนะที่จัดอยู่ในประเภทรถบรรทุกอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงาน ใช้สำหรับยกและเคลื่อนย้ายวัสดุต่าง ๆ 

ในระยะทางสั้น ๆ รถโฟล์คลิฟท์ทั่วไปถูกกำหนดโดยโครงรถบรรทุกขนาดเล็กที่มีชุดประกอบเสาด้านหน้าซึ่งมีหน้าที่ในการยกและลดภาระบรรทุก ชุดประกอบ

เสาเหล่านี้ช่วยยึดแคร่ปรับความสูงได้ซึ่งติดตั้งโช้ครับน้ำหนักของรถฟอร์คลิฟท์ รถบรรทุกขนย้ายและอุปกรณ์ขนย้ายดินที่ได้รับการดัดแปลงเพื่อรองรับรถ

ฟอร์คลิฟท์ ไม่ถือเป็นรถโฟล์คลิฟท์ที่แท้จริง


       รถโฟล์คลิฟท์ได้รับการออกแบบตามข้อกำหนดมากมายเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกที่มีน้ำหนักสูงสุดและจุดศูนย์ถ่วง ต่างกัน ความใส่ใจในข้อกำหนด

เหล่านี้จำเป็นต่อการใช้งานอย่างปลอดภัย

Safeopedia อธิบายเกี่ยวกับรถยก (FORKLIFT)

รถโฟล์คลิฟท์ Forklift 1 Optimized

       รถโฟล์คลิฟท์สามารถอยู่ภายใต้ข้อบังคับด้านความปลอดภัยต่างๆ ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของรถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้ ตลอดจนงานพื้นที่ทำงานและสภาพแวดล้อมที่ใช้รถโฟล์คลิฟท์ นอกจากมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานแล้ว การใช้รถโฟล์คลิฟท์อย่างถูกต้องยังอยู่ภายใต้มาตรฐานการฝึกอบรมด้วย 

       ในด้านกฎหมาย นายจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบว่าผู้ปฏิบัติงานรถบรรทุกภาคอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังทั้งหมดได้สำเร็จตามโปรแกรมการฝึกอบรมที่เป็นที่ยอมรับมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดองค์ประกอบที่ยอมรับได้ของการออกแบบ การใช้งาน และการบำรุงรักษา

ประเภทของรถโฟล์คลิฟท์

ทุกคนคงทราบดีว่ารถยกมีหลายระบบมีทั้งแบบใช้เชื้อเพลิงดีเซล เบนซิน แก็ส และไฟ้ฟ้า

จริงๆแล้วการแบ่งประเภทของรถยกนั้นแบ่งได้อยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ นั้นก็คือ  

 

ประเภทที่หนึ่ง คือ รถโฟล์คลิฟท์แบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ซึ่งประเภทนี้ยังสามารถแบ่งออกมาเป็นประเภทย่อยๆได้อีกก็คือ

ใช้เชื้อเพลิงแก็สซึ่งประเภทนี้ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าน้ำมัน ประเภทต่อไปคือ การใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ซึ่งจะสะดวกกว่าแบบเชื้อเพลิงแก็ส

เพราะสามารถดูแลรักษาเครื่องยนต์ได้ง่ายกว่าแต่จะเปลืองค่าเชื้อเพลิงอยู่ไม่น้อย

 

ประเภทที่สอง คือ รถโฟล์คลิฟท์แบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้รักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เครื่องยนต์ค่อนข้างเงียบในขณะที่ใช้งาน อีกทั้งยังสามารถดูแลรักษาง่าย ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน เนื่องจากใช้แบตเตอรี่เป็นตัวสร้างกระแสไฟฟ้า

และใช้การชาร์จแบตเตอรี่หลังการใช้งานแทน

ประเภทรถโฟล์คลิฟท์ Forx 768x309

การใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ที่ถูกต้อง

ผู้ขับรถยกควรเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรบเรื่องความปลอดภัยเบื้องต้นมาแล้ว

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุอันตรายได้ ทางเราแนะนำการใช้รถยกที่ถูกวิธีคือ

1.ก่อนเริ่มงาน ควรตรวจสภาพของรถยก

2. รายงานโดยทันทีทันใดต่อหัวหน้างานเมื่อตรวจพบสิ่งบกพร่องเสียหาย หรือเมื่อต้องการซ่อม

 

 

3.ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินมาตรฐานที่กำหนด

4. เลือกใช้ PALLET ให้เหมาะสมกับของที่จะยก

5. ตั้งระยะความกว้างของงาให้พอเหมาะ

6.น้ำหนักของสิ่งของที่บรรทุกบนงาควรจัดให้ได้ศูนย์ถ่วง

7.ไม่ยกของที่บรรทุกไว้สูง ขณะที่รถยกวิ่งผ่านพื้นลาดเอียงต่างระดับ

8. ห้ามมิให้ผู้คนอยู่ใกล้บริเวณที่รถยกกำลังทำงาน

ไอคอนรถโฟล์คลิฟท์

บริษัท Energy Advance ศูนย์รวม รถโฟล์คลิฟท์มือสอง ทุกชนิด

เราให้บริการรับซ่อม ขายรถโฟล์คลิฟท์ ขายรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ขายรถโฟล์คลิฟท์มือสอง

บริการให้ เช่ารถโฟล์คลิฟท์ เช่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า อุปกรณ์ขนถ่ายต่างๆ และยังเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับ รถโฟล์คลิฟท์

อย่างครบครันอีกหลายประเภท อาทิ แบตเตอรี่โฟล์คลิฟท์ , ยางตันโฟล์คลิฟท์

โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ พร้อมมีบริการหลังการขายสุดประทับใจ มั่นใจใน รถโฟล์คลิฟท์ คุณภาพดีเยี่ยม 

ต้องที่ Energy Advance เท่านั้น

ข้อดี - ข้อเสียของรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

ข้อดีของรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

1.ค่าใช้จ่ายของน้ำมันเชื้อเพลิงปกติจะน้อยเมื่อเทียบกับรถโฟล์คลิฟท์โพรเพน LPG (ข้อมูลในต่างประเทศ)

2.รถยกดีเซลสามารถสร้างแรงบิดได้สูงกว่าที่ความเร็วรอบต่ำเมื่อเทียบกับรถโฟล์คลิฟท์โพรเพน LPGและไฟฟ้า

3.การมองเห็นด้านหลังจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับรถโฟล์คลิฟท์โพรเพน LPG

4.การบำรุงรักษาตามแผนโดยรวมและซ่อมแซมจะน้อยเมื่อเทียบกับรถโฟรคลิฟทโพรเพน LPG

5.ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่าการปล่อยไอเสียของดีเซลสะอาดกว่าการปล่อยไอเสียของโพรเพน LPG


6.มีค่าใช้จ่ายรวมต่ำเมื่อเทียบกับรถฟอร์คลิฟท์โพรเพนLPG แต่สูงกว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

7.เครื่องยนต์ทนทานและใช้งานได้ยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับรถฟอคลิฟท์โพรเพน LPG

ข้อเสียของรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

1.ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในร่ม โดยไม่มีชุดอุปกรณ์กรองไอเสียราคาแพง

2.ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล มีราคาแพงกว่ารถโฟล์คลิฟท์โพรเพน LPG

3.ต้องมีถังขนาดใหญ่สำหรับเก็บเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูง

4.ค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงฟอสซิลมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาทุกๆ ปี

ข้อดี - ข้อเสียของ (LPG) รถโฟล์คลิฟท์โพรเพน

ข้อดีของ (LPG) รถโฟล์คลิฟท์โพรเพน

1.มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดอันตราย ถ้าแก๊สไหลออกในขณะเปลี่ยนถัง

2.ราคาซื้อเริ่มต้นต่ำเมื่อเทียบกับรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า(Electric Forklift) และดีเซล

3.มีการถกเถียงกันว่าไอเสียจากการสันดาปโพรเพน (LPG) สะอาดกว่าไอเสียจากการสันดาปน้ำมันดีเซล

4.ดีกว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า(Electric Forklift) ในกรณีที่ต้องทำงานหนักต่อเนื่องและต้องการแรงบิดสูงๆ

5.ยอมให้ใช้งานในร่มได้ในบางครั้ง แต่ไม่ยอมให้ใช้งานกับสินค้าที่เป็นสินค้าบริโภค

ข้อเสีย (LPG) รถโฟล์คลิฟท์โพรเพน

1.ในการใช้งานที่ต้องการแรงบิดสูงและ / หรืองานหนักต่อเนื่อง ไม่สามารถสู้รถโฟล์คลิฟท์ดีเซลได้

2.วิสัยทัศน์การมองเห็นด้านหลังถูกจำกัด เนื่องจากมีถังแก๊ส LPG วางอยู่

3.มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรั่วไหลของแก๊สในโรงงาน และเกิดการระเบิดได้

ผู้ประกอบการจะต้องมีการฝึกอบรมในการจัดการความปลอดภัยของแก๊ส LPG

4.ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสูงเมื่อเทียบกับรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า(Electric Forklift) และดีเซล (ข้อมูลในต่างประเทศ)

 

5.รถโฟล์คลิฟท์ LPG สตาร์ทติดยาก และไม่สามารถทำงานได้ดีที่อุณหภูมิแช่แข็ง

6.ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะสูงที่สุด สูงกว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า(Electric Forklift) และรถโฟล์คลิฟท์ดีเซล

7.ค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงฟอสซิลมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาทุกๆ ปี

8.เชื้อเพลิง LPG อาจหาได้ยากในที่ห่างไกล

ความเป็นมาของรถโฟล์คลิฟท์

ทุกคนคงรู้จักกับคำว่ารถโฟล์คลิฟท์ หรือ รถยก แต่จะมีใครรู้ที่มาที่ไปของการกำเนิดรถโฟล์คลิฟท์บ้าง

ทางเราจะมาให้เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของรถโฟล์คลิฟท์

โลกได้มีการเริ่มใช้รถยกครั้งแรกคือในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่ 1

 

เพราะในช่วงนั้นมีความจำเป็นที่ต้องมีสิ่งมาอำนวยความสะดวกในการแบกยกแท่นปืนและขนย้ายลูกระเบิด

ให้มีความนิ่มนวลและปลอดภัยให้ได้มากที่สุด ซึ่งสมัยก่อนยังไม่มีการพัฒนาระบบไฮดรอลิค จึงมีเพียงแค่การใช้รอกในการดึงโซ่

เพราะเหตุนี้จึงทำให้ยกได้ไม่สูงมากต่อมาในพ.ศ. 2473 ได้มีการพัฒนามาเรื่อยๆให้ได้มาตรฐานมากขึ้น

พร้อมทั้งใช้ระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วย เป็นรถยกที่ใช้ระบบแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันถึง 8 ชั่วโมงโดยไม่ต้องประจุไฟใหม่

 

โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า Heli 1 768x576

วิธีใช้งานรถโฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัย และหลีกเลี่ยงอันตรายด้านความปลอดภัยทั่วไป

รถโฟล์คลิฟท์ Woman Warehouse Worker With Forklift Pyfd4j8
     รถโฟล์คลิฟท์เป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมอุปกรณ์โรงงานผลิต สถานที่ก่อสร้าง และคลังสินค้าใช้ยานพาหนะขนาดใหญ่ในการจัดการวัสดุที่มีน้ำหนักมาก 
รถโฟล์คลิฟท์มีประโยชน์หลากหลายประเภทของอันตราย และขั้นตอนความปลอดภัยในการใช้งาน มาเริ่มด้วยการพูดคุยกันว่าทำไมการรู้วิธีใช้งานรถโฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำไมการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัยจึงสำคัญ?

     ข่าวดีก็คืออุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์เป็นเรื่องไม่ปกติ ยานพาหนะขนาดใหญ่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในคลังสินค้าและโรงงานประมาณร้อยละ 1 ข่าวร้ายก็คือ อุบัติเหตุจาก
รถโฟล์คลิฟท์มักจะร้ายแรงเพราะมีน้ำหนักมาก เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า รถโฟล์คลิฟท์โดยเฉลี่ยนั้นมีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ทั่วไปถึงสามเท่า
นี่คือสถิติอุบัติเหตุรถยกตั้งแต่ปี 2019:
• คนงาน 79 คนเสียชีวิตในอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถโฟล์คลิฟท์
• คนงาน 8,140 คนได้รับบาดเจ็บไม่ร้ายแรงถึงชีวิตและลางาน
• 19 เปอร์เซ็นต์ของอุบัติเหตุจากรถโฤล์คลิฟท์ทำให้กระดูกหัก
• 20 เปอร์เซ็นต์ของอุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์ส่งผลให้เกิดอาการปวด เคล็ด ตึง น้ำตา ฟกช้ำ และฟกช้ำ
นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ยังสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานเนื่องจากอุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์ อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้ต้องหยุดงานโดยเฉลี่ย 16 วัน ในการเปรียบเทียบ
เวลาโดยเฉลี่ยสำหรับอันตรายในที่ทำงานอื่นๆ คือแปดวัน อุตสาหกรรมการค้า การขนส่ง สาธารณูปโภคและการให้บริการรายงานอุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์สูงสุด

5 อันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์ที่พบบ่อยที่สุด

     รถโฟคลิฟสมัยใหม่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น ทำให้ปลอดภัยกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังในการใช้งานเครื่องจักรหนักเป็นสิ่งสำคัญเสมอ
ความปลอดภัยของรถโฟล์คลิฟท์เริ่มต้นก่อนที่รถจะเปิด
รถโฟล์คลิฟท์ Forklift Machine Dej6lsp
     ตาม OSHA อุบัติเหตุรถโฟล์คลิฟท์มากกว่าครึ่งหนึ่งสามารถป้องกันได้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อเตรียมพร้อม 
ต่อไปนี้คืออันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์ที่พบบ่อยที่สุด:

1. รถโฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำ

     ตามที่สถาบันแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (NIOSH) รถโฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำมีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของรถโฟล์คลิฟท์ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์
การกระจายน้ำหนักที่ไม่สม่ำเสมอเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้รถโฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำ การบรรทุกเกินพิกัด การบรรทุกที่ผิดปกติ ความสูงที่สูงสำหรับการบรรทุกหนัก และยึดไว้แน่นเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บสาหัส

2. ขีดเส้นทางเดิน มีรางกั้น

     พนักงานคนอื่นๆ ในโรงงานมีความเสี่ยงที่จะถูกทับ กระแทก หรือชนด้วยรถโฟล์คลิฟท์ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อรถอยู่ในเส้นทางของรถโฟล์คลิฟท์ที่พลิกคว่ำหรือในจุดบอดของผู้ควบคุมสิ่งอำนวยความสะดวกที่แออัดหรือวางไม่ดีทำให้คนงานตกอยู่ในอันตรายดังกล่าวสิ่งอำนวยความสะดวกควรพัฒนาแผนการจัดการจราจร แผนควรร่างเส้นทางที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนสำหรับคนเดินเท้าและรถโฟล์คลิฟท์สิ่งกีดขวางทางกายภาพ เช่น ทางเดินที่มีรางและเสากั้นสามารถช่วยได้

3. สินค้าล้ม

     สินค้าที่ตกลงมา ในขณะที่รถโฟคลิฟยก ทำให้คนงานเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อยกของขึ้นโดยไม่ได้ติดพาเลทอย่างถูกต้อง 
โหลดที่ไม่สมดุลอาจตกลงมาเมื่อยกขึ้นสูงเกินไป ผู้ควบคุมรถโฟล์คลิฟท์และรถตักควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวัสดุมีความสมดุลและปลอดภัยก่อนยกขึ้น

4. จุดบอด

     น่าเสียดายที่น้ำหนักบรรทุกของรถโฟล์คลิฟท์สามารถสร้างจุดบอดสำหรับผู้ปฏิบัติงานได้ การกีดขวางทางสายตาอาจทำให้ผู้ขับขี่ต้องชนกับพนักงานคนอื่นและทรัพย์สิน
ของโรงงาน เมื่อบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ ผู้ปฏิบัติงานควรขับรถถอยหลังเพื่อให้มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน ในทำนองเดียวกัน รถโฟล์คลิฟท์ต้องการพื้นที่ว่างมาก 
เนื่องจากส่วนหน้ามักจะมีการเลี้ยวแคบ ในขณะที่ส่วนหลังมักจะแกว่งกว้างเมื่อทำการเลี้ยวเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกควรอยู่ห่างจากจุดบอดของผู้ปฏิบัติงาน
 

5. ความเร็ว

    ความเร็วและน้ำหนักของรถโฟล์คลิฟท์สามารถสร้างโมเมนตัมที่แข็งแกร่งได้ แม้ในความเร็วต่ำ รถบรรทุกก็สามารถสร้างความเสียหายได้มากพอๆ กับการขับรถ 15 ไมล์
ต่อชั่วโมง ผู้ปฏิบัติงานควรขับรถภายในขีดจำกัดความเร็วที่ระบุ พวกเขาควรช้าลงและส่งเสียงแตรเมื่อเข้าใกล้ทางแยก การเติมเชื้อเพลิงและการชาร์จใหม่ สภาพพื้นและความล้มเหลวทางกลเป็นภัยอันตรายอื่นๆ ของรถฟอร์คลิฟท์

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัย

     ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ขั้นตอนการปฏิบัติงานและแนวทางความปลอดภัยด้านล่างไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนการฝึกอบรมรถโฟล์คลิฟท์ที่เหมาะสม 
การใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ต้องให้ผู้ปฏิบัติงานตื่นตัวเต็มที่ ไม่ควรมีใครใช้รถโฟล์คลิฟท์ในเวลาที่เหนื่อยเกินไป ง่วงนอน หรือได้รับยาหากผู้จัดการหรือหัวหน้างานสงสัย
ว่ามีปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้น เขาไม่ควรอนุญาตให้ดำเนินการ

สถาบันแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (NIOSH) ให้รายละเอียดกรณีศึกษาหลายกรณีที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของข้อกำหนดของ OSHA

สำหรับโปรแกรมการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยของรถโฟล์คลิฟท์ มาถึงขั้นตอนด้านความปลอดภัยของรถโฟล์คลิฟท์ที่สำคัญที่สุดและกฎของสถานที่ทำงานที่บังคับใช้
โดยทั่วไป:

1. ดำเนินการตรวจสอบก่อนดำเนินการ

      ในช่วงเริ่มต้นของแต่ละกะ ผู้ปฏิบัติงานต้องดำเนินการตรวจสอบก่อนดำเนินการ รถโฟล์คลิฟท์เป็นเครื่องจักรที่ทนทาน แต่มีการสึกหรอตามกาลเวลาเช่นเดียวกับ
นักบินจะตรวจสอบเครื่องบินด้วยตนเองก่อนขึ้นบิน เจ้าหน้าที่รถโฟล์คลิฟท์ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถของตนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เพื่อปฏิบัติงาน 
ด้านล่างนี้คือตัวอย่างงานที่รวมอยู่ในรายการตรวจสอบความปลอดภัยทั่วไปสำหรับการตรวจสอบก่อนการปฏิบัติงาน โปรดทราบว่ารถโฟล์คลิฟท์ประเภทหนึ่ง
จะไม่มีรายการตรวจสอบที่เหมือนกันทุกประการ

รายการตรวจสอบความปลอดภัยสำหรับการตรวจสอบก่อนการปฏิบัติงาน:

• การควบคุมปกติ
• ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง และน้ำหม้อน้ำ
• การเชื่อมต่อปลั๊กแบตเตอรี่
• ชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว
• ล้อและยาง
• ระดับอิเล็กโทรไลต์น้ำกลั่น และภาพสเซลล์
• โซ่
• ไม่มีคราบน้ำมันใต้รถยก (อาจบ่งบอกถึงรอยรั่ว)
• ม้วนสายไฮดรอลิก
• คันโยกควบคุม
• งา
• พื้นที่โล่งทันที (บนพื้นและเหนือศีรษะ)
• แตร
• เบรค
• คลัตช์และคันเกียร์
• ไฟและมาตรวัดทั้งหมด
• พวงมาลัย
• กลไกการยกและเอียง
• เข็มขัดนิรภัย
• ไฟเตือนถอยหลังและไฟเตือน
 
การดูแลให้รถโฟล์คลิฟท์ทำงานได้ตามที่ควรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความปลอดภัยของพนักงาน แม้ว่าขั้นตอนเหล่านี้อาจใช้เวลานาน แต่ก็มีความแตกต่างระหว่างการเกิดอุบัติเหตุในสถานที่หรือไม่ก็ได้ 

2. การจัดการพาเลท

     ผู้ปฏิบัติงานต้องยืนยันว่างามีระดับและอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเมื่อเข้าสู่พาเลท ตะเกียบปรับระดับช่วยให้แน่ใจว่ามีการกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสม 
(หากไม่สม่ำเสมอ รถโฟล์คลิฟท์สามารถพลิกคว่ำได้) ระวังขนาดพาเลทและการคำนวณศูนย์โหลดเพื่อเคลื่อนย้ายสินค้าบนพาเลทอย่างปลอดภัยเมื่อวางของวางบนงาแล้ว อย่าพยายามเปลี่ยนตำแหน่งสิ่งใดๆ ห้ามใช้พาเลทที่วางอยู่บนรถโฟล์คลิฟท์เป็นแท่นทำงาน
 

3. กำลังโหลด

     รถโฟล์คลิฟท์แต่ละคันมีแผ่นข้อมูลระบุขีดจำกัดน้ำหนักที่แนะนำสำหรับรุ่นเฉพาะ ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางที่นุ่มนวลการบรรทุกเกินพิกัดอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสได้
     อย่างไรก็ตาม การรู้ความจุนั้นไม่เพียงพอ การกระจายน้ำหนักที่ถูกต้องช่วยป้องกันไม่ให้รถโฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำ การเรียนรู้ที่จะจัดเรียงและปรับสมดุลของวัสดุเป็น
องค์ประกอบสำคัญของการฝึกรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อให้ลิฟต์มีความมั่นคง ให้วางสัมภาระให้ใกล้กับล้อหน้ามากที่สุดเพื่อรักษาสมดุล อย่าถ่วงน้ำหนักเกินด้วยการเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น
การใช้โฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัยForklift Safety Optimized
     ก่อนเสียบลงในพาเลท ตรวจสอบให้แน่ใจว่างาได้ระดับ เสาของรถต้องอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง สุดท้าย ให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยในการขนถ่ายสินค้าด้วย ท่าเทียบเรือเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นซึ่งต้องระมัดระวัง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการควรใช้ความระมัดระวัง เช่น การสร้างแผ่นป้องกันความปลอดภัย 
ท่าเทียบเรือที่คงทนปราศจากเศษซาก และการรักษาความปลอดภัยรถพ่วงที่มีสิ่งกีดขวางแท่นขุดเจาะ

4. เพิ่มภาระ

     ห้ามยกหรือลดงาจนกว่ารถบรรทุกจะหยุดจนสุดและเบรก เวลายก ให้ยกของขึ้นตรงๆ แล้วเอียงกลับเล็กน้อย เมื่อยกของขึ้นแล้ว 
รถโฟล์คลิฟท์จะสูญเสียความเสถียรไปบางส่วน และการเอียงน้ำหนักจะช่วยชดเชยสิ่งนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรถบรรทุก โปรดหลีกเลี่ยงการยกของที่เกินแผงงาของบรรทุก จะไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งหากมีภาระใด ๆ หรือทั้งหมดสามารถเคลื่อนกลับไปยังคนขับได้
ก่อนบรรทุกสัมภาระ ให้ตรวจสอบระยะห่างจากเหนือศีรษะที่เพียงพอ และหากอยู่กลางแจ้ง ให้รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากสายไฟเสมอ เมื่อยกของขึ้นแล้ว
ผู้ควบคุมต้องอยู่บนรถบรรทุก นอกจากนี้ ไม่ว่าจะบรรทุกลิฟต์หรือไม่ก็ตาม อย่าให้ใครเดินหรือยืนใต้ส้อมยกสูง

5. การขนถ่ายรถพ่วงรถแทรกเตอร์และรถราง

     ก่อนขนถ่าย ให้เบรกและหนุนล้อ เมื่อขนรถกึ่งพ่วงที่ไม่ได้ต่อกับรถแทรกเตอร์ ให้ติดตั้งแม่แรงแบบตายตัวเพื่อรองรับและป้องกันการยกขึ้น 
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีระยะห่างอย่างน้อย 2 นิ้ว (5 ซม.) ระหว่างความสูงของรถโฟล์คลิฟท์กับประตูรถพ่วง นอกจากนี้ให้พิจารณาด้วยว่าเตียงของรถพ่วงสามารถรองรับทั้งน้ำหนักบรรทุกและรถโฟล์คลิฟท์ได้
Forklift1
     เมื่อบรรทุกหรือขนถ่ายรถรางจะข้ามรางในแนวทแยงมุมเสมอ อย่าจอดรถภายในระยะประมาณ 10 ฟุต (3 เมตร) จากรางรถไฟ 
และอย่าพยายามเปิดประตูรถรางด้วยส้อม ห้ามใช้งานรถโฟล์คลิฟท์เป็นเวลานานภายในรถพ่วงหรือตู้บรรทุกสินค้าโดยไม่มีการระบายอากาศที่เหมาะสม

6. การเดินทาง

   รถโฟล์คลิฟท์เคลื่อนที่เป็นรถโฟล์คลิฟท์ที่อันตราย มือ แขน เท้า ขา และศีรษะของผู้ปฏิบัติงานต้องอยู่ภายในรถโฟล์คลิฟท์ตลอดเวลา ส้อม ไม่ว่าจะบรรทุกหรือไม่ก็ตาม 
ควรวางให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และเอียงไปข้างหลัง เมื่อเข้าใกล้โค้ง ให้ลดความเร็วลงและเป่าแตรเสมอ อย่าลืมดูวงสวิงในบรรทุกและท้ายรถบรรทุก ถ้าเป็นไปได้ หลีกเลี่ยงการหยุดกะทันหัน
หากแนวการมองเห็นบังด้วยน้ำหนักบรรทุก ให้ขับถอยหลังอย่างช้าๆ มองไปในทิศทางของการเดินทางเสมอ เรียนรู้จุดบอดของรถโฟล์คลิฟท์ ไม่ว่าจะบรรทุกสินค้าหรือไม่
หากเดินทางบนทางลาด ส้อมควรชี้ขึ้นเนินเมื่อบรรทุกสิ่งของและลงเนินโดยไม่มีน้ำหนักบรรทุก

7. การบังคับเลี้ยว

Forklift Safety Training Optimized
     การบังคับรถโฟล์คลิฟท์ไม่เหมือนกับการบังคับพวงมาลัยรถ เพราะลิฟต์จะมีน้ำหนักมาก และยิ่งหนักกว่าเมื่อตะเกียบอยู่ที่ด้านบนของเสากระโดงรถโฟล์คลิฟท์ S 

เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำให้ยากต่อการหยุดรถอย่างรวดเร็ว ดังนั้นอย่าขับเร็วหรือเข้าโค้งเร็วเกินไปอย่าพยายามเลี้ยวรถโฟล์คลิฟท์เมื่ออยู่บนพื้นไม่เรียบ

8. เข้าลิฟต์

     ห้ามเข้าลิฟต์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ก่อนเข้าลิฟต์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำหนักรวมของสินค้า คนขับและรถโฟล์คลิฟท์ไม่เกินน้ำหนักสูงสุดของลิฟต์ 
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีระยะห่างเพียงพอ จากนั้นเข้าลิฟต์อย่างช้าๆ และตรงที่สุดเมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ให้เบรกและปิดมอเตอร์

9. ที่จอดรถ

     รถโฟล์คลิฟท์ที่จอดอยู่ยังคงเป็นรถโฟล์คลิฟท์ที่อันตราย จอดเฉพาะรถโฟล์คลิฟท์ในสถานที่ที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น ก่อนปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแลตรวจสอบให้แน่ใจ

ว่าเบรกแน่นหนา ระบบควบคุมทั้งหมดถูกตั้งค่าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นกลาง และตะเกียบถูกลดระดับลงสู่พื้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณปิดมอเตอร์และถอดกุญแจออก ทำตามขั้นตอนเหล่านี้โดยไม่คำนึงว่าผู้ควบคุมเครื่องจะอยู่ห่างจากรถนานแค่ไหน
พร้อมที่จะเห็นการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์แล้วหรือยัง? ดูวิดีโอในส่วนถัดไปเพื่อดูคร่าวๆ ว่าการขับรถขนาดใหญ่คันหนึ่งเป็นอย่างไร

10. สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)

OSHA กำหนดให้นายจ้างจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ปกป้องดวงตา หู ศีรษะ และแขนขาของพนักงาน อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) 
จะต้องได้รับการบำรุงรักษาและสวมใส่ในงานเมื่อจำเป็น
Work Safety Protection Equipment On Wooden Backgro Evcj6psjpg
หากคนงานจัดหา PPE ของตนเอง นายจ้างต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของตนเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของ OSHA นอกจากนี้ 
นายจ้างต้องยืนยันว่าพนักงานรู้วิธีใช้ PPE อย่างถูกต้อง หรือจัดให้มีการอบรมขึ้นใหม่ที่ได้รับอนุมัติจาก OSHA ผู้ประกอบการรถโฟล์คลิฟท์ควรสวมใส่:
• รองเท้านิรภัย: ป้องกันหรือบรรเทาการบาดเจ็บจากการกระแทกที่อาจเกิดจากการที่เท้าของคนงานถูกรถโฟล์คลิฟท์ทับ โดยปกติแล้วจะสวมรองเท้าบูทหุ้มเหล็ก
• ถุงมือนิรภัย: ปกป้องมือจากสารตกค้าง สารเคมีรุนแรง และรอยฟกช้ำจากการยกพาเลทหนัก ยังให้การยึดเกาะที่ดีขึ้นเมื่อจัดการกับส่วนควบคุมที่สกปรก
• ชุดสะท้อนแสง: ช่วยให้มองเห็นคนงานได้ง่ายเมื่อเข้าและออกจากรถ
• หมวกแข็ง: เป็นเกราะป้องกันระหว่างอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับศีรษะของผู้ปฏิบัติงาน

• แว่นตานิรภัย/โล่ป้องกัน: สวมใส่เมื่อทำงานกับคอนกรีต สารเคมีอันตราย หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ
 
     หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยของรถฟอร์คลิฟท์และทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนด้านความปลอดภัยที่สำคัญแล้ว 
ในที่สุด แต่ละคนก็พร้อมที่จะขับรถ ด้านล่างนี้คือภาพรวมคร่าวๆ ของสิ่งที่เกี่ยวข้อง